About

- เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล บทความวิชาการ งานเขียนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การฉายภาพอนาคตศาสตร์ของการพัฒนาประชาคมอาเซียน และเป็นแหล่งแสวงหาองค์ความรู้ด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อม ของผู้ประกอบการ ประชาชน พลเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ และยังเป็นการให้ข้อมูลกระตุ้น เตือน หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาประชาคมอาเซียนทั้ง 3 เสาหลัก
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลกระทบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลกระทบ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Part 8 : China - The Asian Century;ทุนจีนซื้อคอนโดฯยกตึก พระราม9-พัทยา/ตั้งฐานบุกอาเซียน

Part 8 : China - The Asian Century;ทุนจีนซื้อคอนโดฯยกตึก พระราม9-พัทยา/ตั้งฐานบุกอาเซียน

ไทยรับอานิสงส์จีนออกมาตรการสกัดฟองสบู่ในประเทศ ทุนจีนขนเงินไล่ช็อปคอนโดฯกลางกรุงเทพฯยันพัทยา "จีแลนด์" ส้มหล่นปิดดีลเหมาซื้อห้องชุดเบลล์พาร์ค 80 ห้อง เป็นตัวกลางดึงนักลงทุนจีนซื้อยกตึกอีก 140 ห้อง "ศุภาลัย-กฤษดานคร" เผยนายหน้าจีน-มาเลเซียทาบซื้อห้องชุดยกชั้น ชี้จีนแห่ลงทุนทั้งอุตสาหกรรม การค้า ท่องเที่ยว ใช้ไทยเป็นฐานบุกตลาดอาเซียน
กระแสกลุ่มทุนต่างชาติขยายฐานธุรกิจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆการรวมตัวกันเป็นกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) สมบูรณ์แบบในปี 2558 ยิ่งใกล้เข้ามา ก็ยิ่งเห็นภาพความเคลื่อนไหวดังกล่าวชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนที่รุกเข้ามาลงทุนหลากหลายสาขา อาทิ ทางด้านอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเพื่อเก็งกำไรและลงทุนในระยะยาว ขณะเดียวกันก็หวังใช้ไทยเป็นฐานในการขยายการลงทุนในกลุ่ม AEC ประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้ ในส่วนของการลงทุนอสังหาฯ ล่าสุด กลุ่มทุนจีนบุกตลาดทั้งเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการ ลงทุนซื้อห้องชุดทั้ง 2-3 ห้อง และเหมาแบบยกลอต

ผู้สื่อข่าวสำรวจความเคลื่อนไหวชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองพบว่านับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมามีนักลงทุนชาวจีนซื้อคอนโดฯย่านรัชดาภิเษก ในลักษณะเจรจาซื้อบิ๊กลอตยกชั้นหรือซื้อยกอาคาร ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยสถานทูตจีนเหมาเบลล์พาร์ค

แหล่งข่าวจากบริษัทแกรนด์คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ "GLAND" ผู้พัฒนาโครงการ "แกรนด์ พระราม 9 สแควร์" เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทเพิ่งปิดดีลขายคอนโดมิเนียม 

"เบลล์พาร์ค" (Belle Park) แบบบิ๊กลอตจำนวนกว่า 80 ยูนิต ให้กับสถานทูตสาธาณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โดยเบลล์พาร์คเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแกรนด์ พระราม 9 สแควร์ 

รายละเอียดดีลนี้ คอนโดฯเบลล์พาร์ค มีทั้งหมด 8 ทาวเวอร์ ยูนิตรวม 220 ยูนิต ทางสถานทูตจีนได้ขอซื้อคอนโดฯในทาวเวอร์ที่ 6 จำนวนกว่า 80 ยูนิต หรือประมาณ 30% เพื่อเป็นที่พักอาศัยแห่งใหม่ให้กับ

เจ้าหน้าที่ ส่วนห้องชุดที่เหลืออีก 140 ยูนิต สถานทูตทำข้อตกลงขอให้บริษัทหยุดพักการขายไว้โดยจะแนะนำชาวจีนที่สนใจมาซื้อ เพราะต้องการให้เป็นทาวเวอร์ที่มีแต่คนจีนพักอาศัย
"เราเจรจากันมาระยะหนึ่งแล้วเหตุผลที่เขาสนใจเราเพราะตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนรัชดาฯใกล้กับสถานทูตจีนและมีคนจีนพักในย่านนี้เยอะ คล้าย ๆ กับคนญี่ปุ่นที่นิยมอยู่ในซอยทองหล่อเพราะใกล้สถานทูตญี่ปุ่น ปัจจุบันเรามีสัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติกว่า 10-20% ยังต่ำกว่าที่ พ.ร.บ.อาคารชุดที่กำหนดสัดส่วนไว้ไม่เกิน 49%" 

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับคอนโดฯ เบลล์พาร์ค แบ่งเป็น 3 เฟส เฟสแรกมี 4 ทาวเวอร์ ยูนิตรวม 1,000 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 90% กำลังทยอยโอนกรรมสิทธิ์ เฟสที่ 2 เป็นพื้นที่พลาซ่า 2 ชั้น และเฟส 3 เป็นคอนโดฯอีก 4 ทาวเวอร์ ประมาณ 1,000 ยูนิต จะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี แต่ละทาวเวอร์มียอดขายแล้ว 20-50% 

นอกจากนี้ภายในโครงการแกรนด์ พระราม 9 สแควร์ กำลังก่อสร้างอาคารให้เช่าพื้นที่ 2 โครงการ คือ 1.โครงการยูเพลส ออฟฟิศให้เช่าพื้นที่ 1.8 หมื่นตารางเมตร และพื้นที่ค้าปลีก 4,300 ตารางเมตร ปัจจุบันมีกลุ่มยูนิลีเวอร์ขอจองเช่าพื้นที่ออฟฟิศทั้งหมดเป็นเวลา 29 ปี ค่าเช่าเริ่มต้นตารางเมตรละ 640 บาท 2.โครงการเดอะไนน์ สำนักงานให้เช่าพื้นที่ 5.8 หมื่นตารางเมตร ค่าเช่าเริ่มต้นตารางเมตรละ 520 บาท ปัจจุบันมีผู้เช่าแล้ว 50% ศุภาลัย-กฤษดาฯเนื้อหอม 

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเคยได้รับการติดต่อจากนักลงทุนชาวจีนผ่านทางนายหน้าเพื่อขอซื้อห้องชุดในโครงการคอนโดฯแบบยกชั้น ประมาณ 10-20 ยูนิต ทราบว่าจะซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า คาดว่าเป็นเพราะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนเติบโตต่อเนื่องจึงสนใจเข้ามาลงทุนซื้ออสังหาฯในกรุงเทพฯที่ราคายังไม่สูง อย่างไรก็ตามการเจรจาไม่ได้ข้อยุติเนื่องจากเป็นการซื้อแบบยกชั้น ทางตัวแทนจีนขอต่อรองส่วนลดค่อนข้างสูง

แหล่งข่าวจากบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการเดอะคริส รัชดาฯ และเดอะคริส เอ็กซ์ตร้า พระราม 9 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้บริษัทได้รับการติดต่อจากนายหน้าของนักลงทุนมาเลเซียเชื้อสายจีน เพื่อขอซื้อห้องชุดโครงการเดอะคริส รัชดาฯ แบบยกชั้น เมื่อประมาณไม่เกิน 1 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากขอต่อรองส่วนลดมากถึงเกือบ 20% 

ขณะเดียวกันก็มีนักลงทุนชาวจีนและชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนที่ซื้อห้องชุดเฉลี่ยรายละ1-3ยูนิต เพื่อลงทุนปล่อยเช่าเนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่กลางเมือง และอยู่แนวรถไฟฟ้าใต้ดิน

เผยอสังหาฯไทยน่าลงทุน

แหล่งข่าวจากบริษัทตัวแทนขายและที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งเปิดเผยเพิ่มเติมว่าปรากฏการณ์กลุ่มลูกค้าคนจีนที่มาซื้อคอนโดฯในกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยวมีอยู่ตลอดเวลา แต่น่าสังเกตว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2555 ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้บริษัทได้รับการติดต่อจากคนจีนที่สนใจซื้อคอนโดฯในเมืองไทยส่วนใหญ่ระบุความต้องการซื้ออยู่ในทำเลรัชดาฯ-พระราม9 ซึ่งเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รวมทั้งหัวเมืองท่องเที่ยวคือพัทยา แต่ละรายซื้อเฉลี่ย 1-4 ยูนิต มีทั้งซื้อเพื่ออยู่เองและซื้อลงทุนปล่อยเช่า 

"เท่าที่ทราบโครงการคอนโดฯ ทีซีกรีน ย่านพระราม 9 ซึ่งมีนักลงทุนจีนร่วมทุนพัฒนาโครงการ มีสัดส่วนลูกค้าคนจีน 25% ของยอดขายทั้งหมด น่าจะเกิดจากปีที่ผ่านมาประเทศจีนได้ออกมาตรการสกัดฟองสบู่อสังหาฯ ผู้ที่ซื้อบ้านตั้งแต่หลังที่ 2 ขึ้นไปจะต้องเสียภาษีสูงขึ้น จึงออกมาซื้ออสังหาฯนอกประเทศแทนเพื่ออยู่เอง และลงทุนหาผลตอบแทนที่ยังสามารถทำกำไรในเมืองไทย ถ้าปล่อยเช่าเฉลี่ยมีผลตอบแทน 6-7%" แหล่งข่าวกล่าว

ทุนจีนใช้ไทยเป็นฐานบุก AEC

นายพิพิธ เอนกนิธิ รองกรรมการผู้จัดการ สายธุรกิจจีน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากที่ธนาคารกสิกรไทยได้ขยายธุรกิจเข้าไปเปิดสาขาในประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 2 สาขา คือ ที่เมืองเสิ่นเจิ้น และเฉิงตู โดยกสิกรไทยมียุทธศาสตร์ที่จะเป็นสะพานเชื่อมการลงทุนของจีนกับอาเซียน นอกจากเป้าหมายเพื่อการเข้าไปให้บริการสินเชื่อกับธุรกิจเอสเอ็มอีจีนแล้ว อีกด้านหนึ่งก็เป็นการต่อยอดในการเป็นที่ปรึกษากลุ่มนักธุรกิจจีน ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย 

โดยขณะนี้มีภาพชัดเจนว่ามีนักธุรกิจจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยรวมถึงมีเป้าหมายจะใช้ไทยเป็นฐานเพื่อที่จะขยายการค้าการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ผ่านมาเห็นแนวโน้มชัดเจนของนักลงทุนจีนที่เข้ามาไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ทางธนาคารก็ได้มีการตั้งทีมเพื่อดูแลกลุ่มลูกค้านักธุรกิจจีนที่เข้ามาเมืองไทยโดยเฉพาะด้วย

Resource From: 

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Part 7 : China - The Asian Century (Thai Version); จีนเข้มงวดเริ่มเก็บภาษีคาร์บอน ปรับอัตราภาษีการปล่อยมูลพิษให้สูงขึ้น

Part 7 : China - The Asian Century ; จีนเข้มงวดเริ่มเก็บ
ภาษีคาร์บอน ปรับอัตราภาษีการปล่อยมูลพิษให้สูงขึ้น


เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลจีนได้แจก “ร่างกฎหมายภาษีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของสาธารณรัฐประชาชนจีน” ให้แก่สมาคมต่างๆ ของจีน ในอุตสาหกรรมที่มีอัตราการใช้พลังงานและการปล่อยมลพิษอยู่ในระดับสูง อาทิ สมาคมเหล็กกล้า สมาคมไฟฟ้า สมาคมโลหะที่ไม่อยู่ในกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metal) สมาคมถ่านหิน เป็นต้น โดยร่างกฎหมายดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลจีนกำลังจะเริ่มดำเนินการเก็บภาษีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งปรับอัตราภาษีการปล่อยมลพิษให้สูงขึ้นอีกด้วย
แผนงานคณะรัฐมนตรีของจีนประจำปี 2556 ได้กำหนดให้การร่างกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นภารกิจเร่งด่วน โดยมีกระทรวงการคลัง กรมภาษีแห่งชาติและกระทรวงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากในปัจจุบัน นโยบายการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการกำหนดอัตราภาษียังคงประสบปัญหาหลายประการ อาทิ อัตราภาษีการปล่อยมลพิษอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ยอมจ่ายภาษีการปล่อยมลพิษแทนการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยมลพิษอย่างจริงจัง นอกจากนี้ การกำหนดประเภทของสารที่ก่อให้เกิดมลพิษยังขาดความชัดเจน และหน่วยงานของภาครัฐยังขาดการดำเนินการแบบบูรณาการ เป็นต้น
“ร่างกฎหมายภาษีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของสาธารณรัฐประชาชนจีน” มีวัตถุประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาข้างต้น โดยได้มีการปรับอัตราภาษีการปล่อยมลพิษให้สูงขึ้นและเพิ่มประเภทสารมลพิษที่จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีจาก 3 ประเภทเป็น 5 ประเภท นอกจากนี้ ยังได้เริ่มการเก็บภาษีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ อาทิ ถ่านหิน น้ำมันดิบ น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น และได้ออกมาตรการจูงใจ โดยการลดหย่อนภาษีคาร์บอนให้แก่บริษัทที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือสามารถนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับมาใช้ใหม่ได้
ขณะนี้ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญ การออกกฎหมายข้างต้น ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของจีนในการก้าวสู่การเป็นประเทศประหยัดพลังงาน ท่านใดที่กำลังประกอบธุรกิจหรือมีความสนใจที่จะประกอบธุรกิจในจีน อย่าลืมศึกษาข้อมูลในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันนโยบายใหม่ ๆ ของจีน

Resource from:

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

AEC กำลังไล่ล่าคุณ ตอนที่ 3


Thailand ; As AEC catches you ! พวกเราจะเป็นอย่างไรกันต่อไป หลังจากคลื่่นจากโลกแห่งอนาคต ตามมาไล่ล่า! 

(คลื่นลูกแรก AEC ) ตอนที่ 3




9.  ใน 5 ปีข้างหน้า ในปี 2018 “กำลังแรงงานต้องมีทักษะที่หลากหลาย รวมถึงต้องมีขีดความสามารถด้านภาษาหลายภาษา-Multiple Skill and Multiple Languages Needs for Employment " เนื่องด้วยตั้งแต่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริการ  ภาคการค้าและการลงทุน จะประสบกับความยากลำบากในการแข่งขัน  จากแรงกดดันทั้งจากคู่แข่งที่มีจำนวนมากและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และจากแรงกดดันของ


10. ใน 5 ปีข้างหน้า ในปี 2018 “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ บนพื้นฐานการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมจะเป็นคำตอบสุดท้าย-Green Economy and Creative Economy are the last Business Solutions " ในทิศทางของการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมกัน และการตื่นตัวในการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างเข้มข้นในหลายปีที่ผ่านมา   ส่งผลให้ค่านิยมในการคำนึงสิ่งแวดล้อมเป็นค่านิยมหลักที่สำคัญของโลกและของสังคมระหว่างประเทศ   จึงเป็นผลให้ภาคอุตสาหกรรม  ภาคการบริการ  ภาคการค้าและการลงทุน ต้องมีปรับปรุงองค์กร  และปรับกระบวนการบริหารจัดการและกระบวนการผลิตของตนให้อยู่พื้นฐานของการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม  ซึ่งล้วนแต่จะทำให้ทุกองค์กรในทุกธุรกิจล้วนประสบกับความยากลำบากจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้    ดังนั้นด้วยความขีดสามารถขององค์กรที่จะนำมาสร้างสรรค์สินค้าและบริการบนพื้นฐานของกระบวนการที่คำนึงถึงการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที    จึงจะทำให้องค์กรสามารถรับมือกับโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ อย่างทันสถานการณ์


11. ใน 5 ปีข้างหน้า ในปี 2018 “สังคมออนไลน์และการสื่อสารที่หลากหลายจะเป็นวิถีหลักของสังคม -Complex  Communication and
 Social Networks "  สังคมในอนาคต ผู้คนจะใช้การติดต่อสื่อสาร บนโลกเสมือนจริง อย่างแพร่หลาย  โดยจะทวีบทบาทและทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น  จนถึงขั้นเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสารของโลก   ดังนั้นความสามารถขององค์กรในการสร้างสรรค์สินค้าและบริการ  ผ่านสังคมออนไลน์ในโลกยุคใหม่  ด้วยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายอย่างรวดเร็ว  จะเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลต่อความอยู่รอดขององค์กร  ถ้าองค์ใดสามารถปรับตัว ปรับกระบวนการภายในให้สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ  องค์กรนั้นก็จะสามารถรักษาตำแหน่งของสินค้าและบริการของตนเอาไว้ได้  หากองค์กรใดไม่สามารถปรับตัว ปรับกระบวนการภายในขององค์กรได้ทันที จะประสบปัญหาอย่างแน่นอน




12. ใน 5 ปีข้างหน้า ในปี 2018 “การเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยช่องทางที่หลากหลายคือแนวทางที่เปลี่ยนแปลงไปจากวิถึดังเดิม  LifeLong & Multi Channel Learning"  สังคมในอนาคตจะเป็นสังคมที่กลุ่ม
ประชากรผู้สูงวัยที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งจะส่งผลทำให้อายุเฉลี่ยของผู้คนในสังคมสูงขึ้นทุกปี  และส่งผลให้กลุ่มประชากรผู้สูงวัยกลายเป็นประชากรที่มีสัดส่วนมากขึ้นและเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ในที่สุดในอนาคต   และเนื่องด้วยสังคมที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนในสังคม ในทุกๆช่วงวัยและโดยเฉพาะประชากรที่อยู่ในช่วงผู้สูงวัย (ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของสังคม) มีความจำเป็นที่ต้องเรียนรู้ในเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเป็นวิถีการเรียนรู้ตลอดชีวิต  ทั้งนี้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคม  เพื่อสามารถใช้ชีวิตให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  ดังนั้นกระแสการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้จะเป็นแนวทางใหญ่ของการพัฒนาของสังคมที่จะเกิดขึ้น





วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

AEC กำลังไล่ล่าคุณ ตอนที่2


Thailand ; As AEC catches you ! พวกเราจะเป็นอย่างไรกัน

ต่อไป หลังจากคลื่่นจากโลกแห่งอนาคต ตามมาไล่ล่า! 

(คลื่นลูกแรก AEC ) ตอนที่ 2


จากการวิเคราะห์และสร้างภาพอนาคต อ.พอล จาก ASEAN Business Matching ฉายภาพอนาคตใน  5 ปีข้างหน้าเป็นแบบนี้ครับ

5. หัวเมืองรองจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด: ใน 5 ปีข้างหน้า ในปี 2018 




“หัวเมืองรอง จะพัฒนาเป็นเมืองใหม่ขนาดใหญ่อย่างก้าวกระโดด” หัวเมืองรองตามแนว
สถานีรถไฟความเร็วสูง (ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลักด้วยระยะเวลาเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมง) จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยจะพัฒนาพื้นที่ใหม่เป็นชุมชนเมืองแบบใหม่ ในหลายพื้นที่ที่ มีเขตอุตสาหกรรมอยู่ร่วมด้วยก็จะยกระดับชุมชน GREEN Industrial Estate และพัฒนาเป็นเขตพาณิชกรรมควบคู่กัน ในขณะเดียวกันก็จะมีการพัฒนาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ ชนชั้นกลาง ถึง ชนชั้นสูง ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี โดยคนกลุ่มนี้จะนิยมพักอาศัยในบ้านพักที่มีที่ดินแปลงขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้า ได้ในเวลาไม่เกิน 30 นาที ทั้งนี้ พื้นที่ชุมชนรอบๆ สถานีรถไฟฟ้า ในรัศมีการเดินทางดังกล่าว จะเป็นแหล่งพื้นที่พักอาศัยที่สามารถไปทำงานในเมืองหลักและกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ในขณะที่อัตราการพัฒนาเมืองหลวงของกรุงเทพมหานครจะหนาแน่นมาก และมีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้น สถานศึกษาหลายแห่ง รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ จะหาทางและมีแผนย้ายออกจากเมืองหลวง พื้นที่ชุมชนใดที่สามารถจัดโซนนิ่งหรือผังเมืองได้ดี ก็จะสามารถพัฒนาเมืองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด

6. ได้เวลาของ Inter Brands :ใน 5 ปีข้างหน้า ในปี 2018


“กิจการและการบริการรูปแบบใหม่ๆจากต่างประเทศ จะเปิดเพิ่มขึ้นอย่างมากมายการ
บริการและการค้าในหัวเมืองขนาดใหญ่ จะเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด จะมีกิจการ การค้าข้ามชาติเข้ามาลงทุนอย่างมากมาย บริษัทใหม่เหล่านี้จะเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่จะมีการพัฒนาการบริการโดยนำเข้า Know How ในกระบวนการให้บริการเข้ามาด้วย ธุรกิจของประเทศท้องถิ่น(รวมทั้งไทย)จะอยู่ในสถานการณ์ตั้งรับ กิจการหลายแห่งของท้องถิ่นจะประสบความยากลำบาก องค์กรเหล่านั้นจะเกิดความโกลาหล ทั้งในแง่การบริหารและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารของกิจการเหล่านี้จะถูกท้าทายความสามารถในการบริหาร โดยจะต้องเผชิญหน้ากับความสับสน ความวุ่นวายทั้งส่วนของลูกค้า ทั้งส่วนของคู่แข่งรายใหม่และรายเก่า ทั้งส่วนของคู่ค้า และรวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการภายในของกิจการเพื่อความอยู่รอด นี่คือระยะเวลา 3ปีหลังจากประชาคมอาเซียนมีผลเต็มรูปแบบและต้องเตรียมตัวรับมือกับการเข้าสู่เขตการค้าอาเซียน +3 (อยู่ในเวทีเดียวกัน)กับยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจอีก 3 ชาติ(ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลี) ในอนาคตอันใกล้ ( ปี 2021)



7. บริการแก่ทุกคน :ใน 5 ปีข้างหน้า ในปี 2018 


“การบริการสาธารณะ จะต้องให้บริการแก่พลเมืองอาเซียนทุกชาติ” เนื่องด้วยการไหลบ่าข้ามพรมแดนไปมาของพลเมืองอาเซียน ดังนั้นในการทำธุรกรรมต่างๆ ทั้งการค้า การบริการและการลงทุน ของพลเมืองอาเซียนจะเกิดขึ้นและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการให้บริการสาธารณะในทั้งด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การสาธารณสุข ก็จะมีความจำเป็นที่จะต้องให้บริการแก่พลเมืองอาเซียนทุกชาติ รวมถึงพลเมืองชาติอื่นๆที่จะเข้าติดต่อ และทำธุรกรรมกับพลเมืองอาเซียนด้วย เอกสารและภาษาราชการในหน่วยงานต่างๆ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการสื่อสารในการทำธุรกรรมต่างๆกับพลเมืองอาเซียนเหล่านั้น ดังนั้นก็จะทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษากลาง(ซึ่งในอาเซียน ภาษาราชการก็คือภาษาอังกฤษ) ดังนั้นในองค์กรต่างๆที่จะให้บริการสาธารณะเหล่านั้น จะต้องพัฒนาขีดสมรรถนะด้านการสื่อสารในภาษาอังกฤษของบุคลากรในองค์กร ทั้งในด้านเอกสารและในด้านการสื่อสารอื่นๆ ตัวอย่างการเตรียมตัวที่ดีและเห็นได้ชัดเจน ได้แก่ประเทศสิงค์โปร์ซึ่งมี การให้บริการสาธารณะต่างๆ ที่ให้บริการด้วยภาษาราชการของประเทศสิงค์โปร์ ถึง 4 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนแมนดาริน ภาษามาเลย์และภาษาทมิฬ


8.ยุคของเมืองนานาชาติ : ใน 5 ปีข้างหน้า ในปี 2018


“เมืองหลัก จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองนานาชาติ(International Urbanization)อย่างชัดเจน” ในเมืองหลักของแต่ละประเทศในอาเซียน ซึ่งได้แก่ เมืองหลวงและเมืองที่อยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ(Economic Corridor)ของภูมิภาค โดยเมืองเหล่านี้จะพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันกล่าวคือ พัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองนานาชาติ ที่มีสัดส่วนของพลเมืองอาเซียน ในเมืองนานาชาติเหล่านี้ จะสูงกว่าเมืองรองอื่นๆ อย่างชัดเจน ในเมืองนานาชาติเหล่านี้จะมีบริการที่เป็นลักษณะนานาชาติมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่การทำธุรกรรม การค้า การลงทุน การติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และด้วยความต้องการการรับบริการเหล่านี้ของพลเมืองอาเซียนและผู้คนที่มาติดต่อ ทำธุรกรรมซึ่งกันและกัน จะเป็นตัวขับเคลื่อน ( Demand Driven )การพัฒนาเมืองไปสู่เมืองนานาชาติ( International Urbanization) มาตรฐานการใช้ชีวิตของผู้คน และมาตรฐานของเมืองนานาชาติ จะเป็นตัวผลักดันการพัฒนาเมืองไปสู่เมืองนานาชาติในที่สุด

ติดตามตอนที่สาม สัปดาห์หน้าครับ

AEC กำลังไล่ล่าคุณ ตอนที่ 1


Thailand ; As AEC catches you ! 

พวกเราจะเป็นอย่างไรกันต่อไป 

หลังจากคลื่่นจากโลกแห่งอนาคต ตามมาไล่ล่า! 

(คลื่นลูกแรก AEC ) ตอนที่ 1




จากการวิเคราะห์และสร้างภาพอนาคต อ.พอล จาก ASEAN Business Matching เห็นภาพอนาคตใน 5 ปีข้างหน้าเป็นแบบนี้ครับ


1.การหางานจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากลำบาก ใน 5 ปีข้างหน้า ปี 2018 "การหางานในประเทศ จะลำบากมากยิ่งขึ้น" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริษัทข้ามชาติ หรือระดับชาติ ยิ่งถ้าเป็นบริษัทฯมีสำนักงานครอบคลุมในหลายๆประเทศ น้องๆนักศึกษาชาวไทยที่จบใหม่จากมหาวิทยาลัยไทย ใน 5ปี ข้างหน้า(เฉพาะที่มีพื้นฐานภาษาที่ดี) ต้องสมัครงานแย่งกันกับน้องๆนักศึกษา หรือ บัณฑิตจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม พม่า กัมพูชา หรือลาว ในตำแหน่งงานที่สามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้ระหว่างประเทศ(ขณะนี้ตกลงกันได้ว่าเปิดแล้ว ใน 8 ธุรกิจและคงจะขยายเพิ่มเติมอีกมากครับ) ส่วนที่เหลือก็คงต้องหางานจาก บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งบริษัทเหล่านั้นก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ในระยะกลาง ถึงระยะยาว พูดง่ายๆว่า งานในระดับ First Class โอกาสคงจะยากมากยิ่งขึ้น จะมีเพียงแต่ งานในระดับ Second Class เท่านั้น ปริญญาบัตรจากหลายสถาบันการศึกษา จะไม่เป็นที่ยอมรับ(ซึ่งปรากฎการณ์เหล่านี้ก็เป็นอยู่แล้ว) ใบประกาศนียบัตรรับรอง ความรู้ความสามารถ ในระดับชาติ หรือนานาชาติ ในแต่ละวิชาชีพ จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

2.ไปหางานในต่างประเทศดูไม่น่ายาก ใน 5 ปีข้างหน้า ปี 2018     เรื่องของ "การหางานในต่างประเทศ ในประชาคมอาเซียน" จะมีมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นเรื่องปกติ จะทำให้เกิดปรากฎการณ์สมองไหลในหลายวิชาชีพ และบรรดาเหล่าบริษัทข้ามชาติ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคใกล้เคียงกับประเทศไทย จะเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญ ทำให้เกิดการถ่ายเทกำลังแรงงานมันสมองในระดับกลาง ถึงระดับสูง และยิ่งมีการเดินทางสะดวกไม่ว่าจะเป็นด้วยรถไฟความเร็วสูง หรือ สายการบินราคาประหยัด จะทำให้ ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายไปอย่างรวดเร็ว

3. SMEs ต้องปรับตัวอย่างมาก ใน 5 ปีข้างหน้า ปี 2018         "วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม" จะประสบกับความยากลำบากในการแข่งขัน ยิ่งมีระบบการขนส่งที่มีประสิทธภาพสูงขึ้นเพียงใด ก็จะสามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลงมากเท่าน้น จะทำให้ การไหลบ่าของ "สินค้าดีราคาถูก" เข้ามาแทนที่ "สินค้าไม่ดี ราคาแพง" ได้อย่างสะดวก ดังนั้นอุตสาหกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปสงค์ของ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จะเผชิญกับคู่แข่งขันจากแดนไกล โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ไม่ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน จะแข่งขันได้ยากลำบากมาก ตัวอย่างเช่น สินค้าราคาถูกจากจีนที่เข้าตีตลาดในประเทศต่างๆทั่วโลก ก็เป็นตัวอย่างที่ดีในกรณีแบบนี้ 

4.  ปรับกระบวนการกันอย่างขนานใหญ่  ใน 5 ปีข้างหน้า ปี 2018 "อุตสาหกรรมบริการ" จะต้องปรับกระบวนการทางธุรกิจขนานใหญ่ เนื่องจากลูกค้าจะมีหลากหลายมากยิ่งขึ้น กระบวนการให้บริการต้องเข้าสู่กระบวนการมาตรฐาน และการสร้างสรรค์การบริการต้องปรับปรุงตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น การแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้จะมีความรุนแรง เนื่องจากจะมีธุรกิจรายใหม่ที่เป็นรายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านเข้าสุ่ตลาดนี้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นการรักษาตำแหน่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมจะทำได้อย่างยากลำบาก




(ยังมีตอนต่อไป)